1. การกระทําของบุคคลใดยึดหลักการสร้างภูมิคุ้มกันตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. น้อยจัดสรรรายจ่ายให้สมดุลกับรายได้
2. หน่อยซื้อรถจักรยานมาใช้ในภาวะที่น้ำมันมีราคาแพง
3. นกใช้จ่ายเงินเดือนที่ได้รับอย่างรอบครอบไว้ส่วนหนึ่ง
4. นิดซื้อสินค้าและบริการเฉพาะที่ต้องการเท่านั้น
2. พฤติกรรมของบุคคลใดสอดคล้องกับแนวพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียง
1.นางสุขายไก่สดในตลาดโดยไม่มีวันหยุดเพื่อให้มีเงินพอชําระค่าผ่อนรถจักรยานยนต์ที่ชื่อให้ลูกชายขับขี่ไปโรงเรียน
2. นางจันชวนเพื่อนบ้านที่มีเวลาว่างมารวมกลุ่มกันสานกระบุงไม้ไผ่ส่งขายร้านค้าในเมืองและนํารายได้มาแบ่งปันกัน
3. นายเอกประกาศขายบ้านที่อยู่อาศัยมานาน 25
ปีเพื่อรวบรวมเงินไว้รักษาพยาบาลมารดาที่ป่วยเป็นโรคไต
ต้องเสียค่าใช้จ่ายฟอกไตทุกสัปดาห์
4. นายวิทย์หาเลี้ยงตัวเองด้วยการขับรถแท็กซี่รับจ้าง
สัปดาห์ใดได้รับรายได้มากก็จะหยุดขับรถในบางวันสัปดาห์ใดได้รายได้น้อยไม่พอค่าใช้จ่ายก็จะออกขับรถทุกวัน
3. ผู้ใดนําแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้
1. นายเจียมลดรายจ่ายได้มากเพราะงดการดื่มสุราตามคําแนะนําของแพทย์ประจําตัว
2. นายจิทําตามสัญญาที่ให้ไว้กับบุตรโดยหาเงินมาซื้อรถยนต์ให้เป็นรางวัลที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
3. นายสุขใช้เวลาว่างวันอาทิตย์ทํางานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารเพื่อหารายได้พิเศษมาเลี้ยงครอบครัว
4. นายแสงลดการปลูกพืชหลายชนิดหันมาปลูกพืชหลักเพียงชนิดเดียวเพื่อจะได้เกิดความชํานาญในการปลูกพืชชนิดนั้น
4. ข้อใดเป็นคุณลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียง
1. พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
2. ประหยัด ทางสายกลาง ประกอบอาชีพสุจริต
3. พึ่งตนเอง ความสามัคคี ชุมชนเข้มแข็ง
4. ความยั่งยืน ความสมดุล มีการบริหารจัดการที่ดี
5.
ลักษณะใดไม่ใช่เศรษฐกิจแบบพอเพียง
1. การพึ่งพาตนเองโดยผลิตสินค้าตามจํานวนที่ตนเองต้องการ
2. การสรรพื้นที่เพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชเพื่อการบริโภคในครัวเรือน
3. การสร้างนิสัยบริโภคสินค้าที่จัดหาได้ในชุมชน
4. การกระจายการผลิตโดยการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ด้วย
6. ข้อใดคือแนวทางปฏิบัติตาม”
ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
1. ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เกษตรกรสามารถดำเนินการได้
2. จะแบ่งที่ดินทำกินเป็นสัดส่วนเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี
3. พัฒนาทรัพยากรดิน น้ำและป่าไม้ให้สามารถทำการเกษตรแบบยั่งยืน
4. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น
7.
การเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นต้นมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาใดให้เกษตรกร
1. การสูญเสียที่ดินทำกิน
2. การพึ่งพาระบบน้ำตามธรรมชาติ
3. การขาดการรวมพลังกันในรูปกลุ่ม
4. การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจน้อยเกินไป
8.
การปฏิบัติตามแนวทฤษฎีใหม่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากปัญหาใดมากที่สุด
1. การขาดแคลนแหล่งอาหารในการบริโภค
2. การขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูก
3.
การขาดที่แคลนดินในการทำนาและสวน
4. การขาดแคลนเงินทุนในการบำรุงรักษาที่ดิน
9. ตามแนวการเกษตรทฤษฎีใหม่ พื้นที่ทำการเกษตรต้องมีน้ำใช้ในฤดูแล้งประมาณเท่าใดต่อไร่
1. 1,000 ลูกบาศก์เมตร
2.
2,000 ลูกบาศก์เมตร
3. 3,000 ลูกบาศก์เมตร
4. 4,000 ลูกบาศก์เมตร
10. นายเกษตรมีที่ดิน 30 ไร่ ต้องการจัดสรรการใช้ที่ดินตามทฤษฎีใหม่เข้าจะต้องจัดสรรที่ดินเพื่อการขุดสระและการทำร้ายอย่างละกี่ไร่
1.
ขุดสระ 6 ไร่ ทำนา 9 ไร่
2. ขุดสระ 9 ไร่
ทำนา 9 ไร่
3. ขุดสระ 10 ไร่ ทำนา 12 ไร่
4. ขุดสระ 12 ไร่ ทำนาย 12 ไร่
11.
สถาบันใดประกอบการโดยเน้นความสามัคคี ความซื่อสัตย์
ความเสมอภาคและความเพื่ออาทรในกลุ่มผู้เป็นเจ้าของมากที่สุด
1. ธนาคารพาณิชย์จำกัด(มหาชน)
2. บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
3. บริษัทประกันภัยและประกันชีวิต
4. สหกรณ์การเกษตร
12. หลักการของสถาบันการเงินใดสอดคล้องกับแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
1. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
2.
ธนาคารแห่งประเทศไทย
3. สหกรณ์ออมทรัพย์
4.
ธนาคารออมสิน
13.“
ร่วมทุน ร่วมใจ ร่วมคิด ร่วมทำ”
เป็นหลักการในการดำเนินการของหน่วยใด
1. ธนาคาร
2. สหกรณ์
3.
ตลาด
4.
บริษัท
14.
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นระบบเศรษฐกิจที่ยึดหลักตรงสํานวนไทยในข้อใด
1.
เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน
2.
ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
3. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
4.
ซื้อกินไม่หมด คดกินไม่นาน
15.
ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 2 อธิบายถึงเรื่องใด
1.
ผลิตอาหารบริโภคเอง เหลือไว้ขาย ทำให้มีกินอิ่ม ไม่ติดหนี้
มีเงินออม
2. มุ่งเน้นแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ำ
3. รวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชนทำเศรษฐกิจชุมชนในรูปแบบต่างๆ
4.
ติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาทุนและแหล่งเงิน
16.
โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอเมือง
จังหวัดสระบุรี
เป็นโครงการต้นแบบที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชดำริในการทำการเกษตรให้แก่ราษฎรในรูปแบบใด
1. เกษตรอินทรีย์
2. เกษตรทฤษฎีใหม่
3. วนเกษตร
4. เกษตรผสมผสาน
17.
ข้อใดกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการบริหารรายได้และรายจ่ายของภาคเอกชนและภาครัฐบาลได้ถูกต้องที่สุด
1.
ภาคเอกชนเน้นประสิทธิภาพในการใช้จ่าย ภาครัฐบาลเน้นการแสวงหารายได้มาใช้จ่าย
2. ภาคเอกชนเน้นการแสวงหาผลกำไร ภาครัฐบาลเน้นประโยชน์ส่วนรวม
3.
เอกชนเน้นการประหยัดรายจ่าย
4.
รายได้เป็นเครื่องกำหนดงบประมาณ
18. การคลังภาครัฐบาลมีการวางแผนดำเนินกิจกรรมข้อใด
1. รายจ่ายเป็นเครื่องกำหนดรายได้
2. รายจ่ายเป็นเครื่องกำหนดภาษีอากร
3. รายได้เป็นเครื่องกำหนดรายจ่าย
4. รายได้เป็นเครื่องกำหนดงบประมาณ
19.
กิจกรรมการคลังของรัฐบาลเกี่ยวข้องกับข้อใด
1. การใช้จ่าย การเก็บภาษีอากร การกู้ยืมเงิน
2.
การกำหนดอัตราดอกเบี้ย การกู้ยืมเงิน การใช้จ่าย
3.
การใช้จ่าย จัดเก็บภาษีอากร การกำหนดอัตราดอกเบี้ย
4.
การเก็บภาษีอากร การกำหนดอัตราดอกเบี้ย การกู้ยืมเงิน
20.
การคลังของรัฐบาลไม่ครอบคลุมกิจกรรมข้อใด
1. การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
2.
การหารายได้จากภาษีอากรและรัฐพาณิชย์
3.
การกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปี
4.
การจัดการเกี่ยวกับก่อหนี้และการชำระหนี้
21.
งบประมาณแผ่นดินหมายถึงอะไร
1. รายรับทุกชนิดรวมทั้งเงินกู้และรายจ่ายของรัฐบาล
2.
รายรับทุกชนิดรวมทั้งเงินกู้ของรัฐบาล
3. รายรับเฉพาะส่วนภาษีอากรของรัฐบาล
4. รายรับทุกชนิดของรัฐบาล
22.
เงินที่รัฐบาลได้รับจากการออกตั๋วเงินคลังเป็นองค์ประกอบของข้อใด
1.
รายได้
2. รายรับ
3. เงินคงคลัง
4.
เงินกู้ระยะยาว
23. งบประมาณแผ่นดินไม่ได้แสดงอะไร
1. แผนการใช้เงินของรัฐบาลในรอบปี
2. บทบาทของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจในรอบปี
3.
การกำหนดระดับรายได้ภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บในรอบปี
4.
การกำหนดระดับรายจ่ายของรัฐบาลในรอบปี
24.
ข้อใดตรงกับความหมายของงบประมาณเกินดุล
1.
ปริมาณเงินไหลเข้าประเทศมากกว่าปริมาณเงินไหลออก
2.
มูลค่าสินค้าส่งออกมากกว่ามูลค่าสินค้านำเข้า
3. รายได้รัฐบาลมากกว่ารายจ่ายรัฐบาล
4.
รายจ่ายของรัฐบาลมากกว่ารายรับของรัฐบาล
25. งบประมาณขาดดุลหมายถึงข้อใด
1. งบประมาณที่รายรับของรัฐบาลน้อยกว่ารายจ่ายรวมของรัฐบาล
2. งบประมาณที่รายได้ของรัฐบาลน้อยกว่ารายจ่ายรวมของรัฐบาล
3.
งบประมาณที่ได้รับจากการเก็บภาษีอากรน้อยกว่ารายจ่ายรวมของรัฐบาล
4.
งบประมาณที่รายได้จากการเก็บภาษีอากรน้อยกว่ารายจ่ายรวมของรัฐบาล
26.
เงินจำนวนใดไม่รวมอยู่ในงบประมาณรายรับของรัฐบาล
1.
ค่าสัมปทานจากการเก็บรังนก
2.
เงินรายได้จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
3. เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างประเทศ
4.
เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในประเทศ
27.
รายจ่ายใดเป็นรายจ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต
ตามความหมายทางเศรษฐศาสตร์
1.
รายจ่ายในการตัดถนนเพิ่มเพื่อลดความแออัดของการจราจร
2.
รายจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินกู้ของรัฐบาลจากธนาคารโลก
3.
รายจ่ายในการซื้อเครื่องบินของบริษัทการบินไทย
4. รายการในโครงการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
28.
รายได้หลักของรัฐมาจากการดำเนินการในข้อใด
1.
การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
2.
การให้สัมปทาน
3.
การให้บริการสาธารณูปโภค
4. การจัดเก็บภาษี
29.
ภาษีประเภทใดเป็นภาษีทางอ้อม
1.
ภาษีเงินได้
2. ภาษีศุลกากร
3.
ภาษีมรดก
4.
ภาษีโรงเรือน
30.
งานของรัฐในข้อใดที่จะลดความเลื่อมล้ำของการกระจายรายได้
1.
ลดอัตราภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย
2. จัดเก็บภาษีทางตรงในอัตราก้าวหน้า
3.
เพิ่มเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาเมือง
4.
ยกเลิกการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็น
31.
การเก็บภาษีในข้อใดลดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของการกระจายรายได้
1.
เก็บภาษีศุลกากรขาเข้าในอัตราก้าวหน้า
2.
เก็บภาษีบำรุงท้องที่ในอัตราเท่าเทียมกัน
3.
เก็บภาษีการขายในอัตราเท่าเทียมกัน
4. เก็บภาษีกำไรในอัตราก้าวหน้า
32.
กาเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ 1 คูหาตั้งอยู่ใกล้ตลาดสด
เปิดป้ายร้านขายข้าวแกงที่ “แสงโภชนา” กิจการดำเนินไปด้วยดี
มีรายได้สูงพอส่งลูกศึกษาชั้นอุดมศึกษาทุกคนและยังทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีโดยเสียภาษีต่างๆ
ให้แก่รัฐบาลตลอดจนได้แสงไม่ต้องเสียภาษีใด
1.
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
2. ภาษีบำรุงท้องที่
3.
ภาษีเงินได้
4. ภาษีป้าย
33.
การเก็บภาษีชนิดใดมีส่วนช่วยให้การกระจายรายได้มีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น
1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
2.
ภาษีสรรพสามิต
3.
ภาษีศุลกากร
4. ภาษีมรดก
34.
ภาษีชนิดใดช่วยลดความไม่เท่าเทียมกันของการกระจายรายได้
1. ภาษีมรดก
2.
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
3.
ภาษีขาเข้า
4.
ภาษีการขาย
65.
ข้อใดจะช่วยลดความเลื่อมล้ำในการกระจายรายได้
1. เก็บภาษีมรดก
2.
ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
3.
ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
4.
ส่งเสริมการตั้งโรงพยาบาลในภูมิภาค
36.
มาตรการหนึ่งที่รัฐบาลลดปัญหาความเหลื่อมรายได้ของประชาชนได้แก่อะไร
1.
เก็บภาษีที่ดินสูงขึ้น
2. ขึ้นภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย
3.
ขึ้นภาษีการค้า
4.
เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
37.
รัฐบาลควรหารายได้เพิ่มขึ้นโดยวิธีใดถ้าไม่ต้องการให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเดือดร้อน
1. ขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
2.
ขึ้นภาษีสุรา เบียร์เเละเครื่องดื่ม
3.
ขึ้นราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล
4.
ขึ้นค่าปรับประเภทต่างๆ
38.
ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาล
ภาษีเงินได้เป็นภาษีประเภทใดเพราะเหตุใด
1. ภาษีทางตรง เพราะผู้มีเงินได้ต้องรับภาระในการเสียภาษีนั้น
2.
ภาษีทางตรง
ผู้มีเงินได้ต้องไปยื่นแบบฟอร์มในการเสียภาษีที่กรมสรรพากร
3.
ภาษีทางอ้อม
เพราะนายจ้างเป็นผู้เสียภาษีให้โดยไม่ได้หักออกจากเงินได้ของผู้มีเงินได้
4.
ภาษีทางอ้อม เพราะผู้มีเงินได้ไม่ได้จัดส่งเงินภาษีให้กับรัฐบาลโดยตรง
39.
ข้อใดส่งผลให้เงินคงคลังเพิ่มขึ้น
1. รัฐบาลจัดเก็บภาษีอากร
2. ดุลรายได้- รายจ่ายของรัฐบาล
3.
รัฐวิสาหกิจส่งผลกำไรให้รัฐบาลมากขึ้น
4.
รัฐบาลเลื่อนการไถ่ถอนพันธบัตรที่ครบกำหนด
40.
ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลดำเนินนโยบายงบประมาณแผ่นดินแบบใด
1.
งบประมาณได้ดุล
2.
งบประมาณเกินดุล
3. งบประมาณขาดดุล
4.
งบประมาณแบบพิเศษ
41.
เศรษฐกิจจะขยายตัวมากที่สุดในกรณีใด
1. ดุลงบประมาณขาดดุล
2.
ดุลงบประมาณเกินดุล
3.
ดุลงบประมาณสมดุล
4.
ดุลงบประมาณมีขนาดใหญ่
42.
ในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลควรมีมาตรการทางการคลังอย่างไร
1.
เก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มเงินคงคลัง
2.
ชะลอการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดหนี้ของประชาชน
3. ใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการผลิต
4.
กู้ยืมน้อยลงเพื่อลดภาวะงบประมาณ
43.
รัฐบาลควรใช้นโยบายการคลังอย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซบเซา
1. ใช้จ่ายสูงกว่ารายได้จากภาษีอากร
2.
ใช้จ่ายเท่ากับรายได้ที่จัดเก็บได้
3.
ใช้จ่ายเท่ากับรายได้ที่จัดเก็บได้และเงินกู้ยืม
4.
ใช้จ่ายเท่ากับรายได้จากภาษีอากรและจากรัฐวิสาหกิจ
44.
รัฐบาลต้องจัดทำงบประมาณแผ่นดินลักษณะใดในการดำเนินนโยบายการคลังแบบหดตัว
1.
กำหนดรายรับเท่ากับรายจ่าย
2.
กำหนดรายได้เท่ากับรายจ่าย
3.
ลดรายจ่ายต่ำกว่ารายรับ
4. กำหนดรายจ่ายต่ำกว่ารายได้
45.
ข้อใดไม่ใช่วิธีการหาเงินมาใช้จ่ายในกรณีที่รัฐบาลมีงบประมาณขาดดุล
1.
การนำเงินคงคลังออกมาใช้
2.
การกู้ยืมจากต่างประเทศ
3.
การออกพันธบัตรขายชาชน
4. การเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
46.
หนี้ที่เกิดจากการที่รัฐบาลขายพันธบัตรให้ประชาชนเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเรียกว่าอะไร
1.
หนี้ของกระทรวงการคลัง
2.
หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
3.
หนี้งบประมาณแผ่นดิน
4. หนี้สาธารณะ
47.
ถ้าปี 2569 หนี้สาธารณะต่อประชากร 1 คนเท่ากับ
30,000 บาท แต่ปี 2570 หนี้สาธารณะต่อประชากร 1 คนเท่ากับ
60,000 บาทก็ได้ถูกต้อง
1.
ไม่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
2. รัฐบาลมีพันธะชดใช้หนี้เพิ่มขึ้น
3.
ประชาชนต้องจ่ายภาษีในอัตราสูง
4.
เอกชนก่อหนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว
48.
ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้รัฐบาลก่อหนี้สาธารณะ
1. เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล
2.
เพื่อใช้จ่ายในกรณีงบประมาณขาดดุล
3. เพื่อสร้างความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ
4.
เพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
49.
การก่อหนี้สาธารณะโดยการขายพันธบัตรให้ธนาคารพาณิชย์และเอกชนจะทำให้เกิดผลตามข้อใด
1. การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน
2.
การเพิ่มขึ้นของการลงทุนของเอกชน
3.
การเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้าโดยทั่วไป
4.
การเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
50.
ถ้ารัฐบาลเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในลักษณะดังนี้
ฐานภาษี(เงินได้)
จำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
10,000 บาท 1,000
บาท
20,000 บาท 3,000 บาท
30,000 บาท 5,000 บาท
อยากทราบว่ารัฐบาลเก็บภาษีในอัตราแบบใด
1.อัตราคงที่
2. อัตราก้าวหน้า
3. อัตราถอยหลัง
4. อัตราเหมาจ่าย
51. การที่รัฐบาลกู้เงินจากต่างประเทศลงทุนแทนการกู้เงินจากประชาชนและก่อให้เกิดผลอย่างไร
1. หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า
2. อัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงขึ้น
3. สภาพคล่องภายในประเทศเพิ่มขึ้น
4. งบประมาณแผ่นดินขาดดุลน้อยลง
52. ข้อใดเป็นคำจำกัดความของ “เงิน” ที่ดีที่สุด
1. เงินคือวัตถุมีค่าที่ใช้ในการซื้อขายสินค้าเเละบริการ
2. เงินคือธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
3.
เงินคืออะไรก็ได้ที่สังคมยอมรับว่าเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
4. เงินคือธนบัตร เหรียญกษาปณ์และบัตรเครดิตที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน
53. คำพูดต่อไปนี้ข้อใดแสดงความหมายของเงินได้ถูกต้องที่สุด
1. เงินคือแก้วสารพัดนึก
2. เงินคือพระเจ้า
3. เงินคือสิ่งรับใช้มนุษย์
4. เงินคือนายของมนุษย์
54. ข้อความใดต่อไปนี้ที่แสดงถึงความหมายของปริมาณเงิน
1. ธนบัตร เหรียญกษาปณ์เเละเงินที่อยู่ในมือรัฐบาล
2. ธนบัตร เหรียญกษาปณ์และเงินฝากกระแสรายวัน
3. ธนบัตร เหรียญกษาปณ์และบัตรเครดิต
4. ธนบัตร เหรียญกษาปณ์แลกเงินออมทั้งหมด
55. เพราะเหตุใดเราจึงถือว่า “ เช็ค ” เป็นเงิน
1. เพราะเช็คมีลักษณะคล้ายคลึงกับธนบัตร
2. เพราะเช็คเป็นตราสารที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์
3. เพราะประชาชนยอมรับเช็คเป็นสื่อกลางของการแลกเปลี่ยน
4. รัฐบาลมีกฎหมายควบคุมการใช้เช็คที่ไม่มีเงินจะรัดกุม
56. ข้อใดเป็นคำกล่าวที่ผิด
1. เงินคือสิ่งที่สังคมยอมรับว่าเป็นหน่วยวัดมูลค่าสินค้าและบริการ
2. เงินคือสิ่งที่แสดงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของระบบเศรษฐกิจหนึ่ง
3. เงินคือสิ่งที่ใช้เป็นมาตรฐานในการชำระหนี้ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้
4. เงินคือสิ่งที่มีสภาพคล่องสูงกว่าสินทรัพย์อื่น
57. ปริมาณเงินหมายถึงข้อใด
1.
เงินส่วนที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่อยู่ในมือประชาชน
2. เงินในข้อ1. บวกกับส่วนที่อยู่ในธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
3. เงินในข้อ1. บวกกับส่วนที่อยู่ในธนาคารในประเทศ
4. งานในข้อ1. บวกกับส่วนที่อยู่ในคลังและภาครัฐบาล
58.
ปริมาณเงินในความหมายกว้างได้รับผลกระทบจากดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินใดมากที่สุด
1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
2. ธนาคารออมสินและบริษัททรัพย์จัดการกองทุนรวม
3. ธนาคารสงเคราะห์และบริษัทประกันภัย
4. ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน
59.
ข้อใดไม่นับเป็นปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
1. เครดิตการ์ด
2. เงินคงคลังของรัฐบาล
3. เงินฝากประเภทเผื่อเรียก ออมทรัพย์และประจำของธนาคาร
4. เช็คของธนาคารพาณิชย์
60.
การเปลี่ยนแปลงปริมาณเงินตามความหมายแคบเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินประเภทใด
1. ธนาคารกลางธนาคารพาณิชย์
2. ธนาคารการตลาดหลักทรัพย์
3. ตลาดหลักทรัพย์และบริษัทเงินทุน
4. บริษัทเงินทุนและธนาคารพาณิชย์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น