วันอาทิตย์, มกราคม 26, 2563

งาน ม.6 75 ข้อ


1. การประพันธ์เพลงที่เน้นการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกอันรุนแรงและจินตนาการของนักประพันธ์อย่างเต็มที่ จัดเป็นศิลปินทางดนตรีแบบใด
1. สัจนิยม
2. โรแมนติด
3. นีโอคลาสสิก
4. อินเพรสชันนิสต์
2. วรรณกรรมแบบโรแมนติกมีลักษณะเด่นอย่างไร
1. ชี้แนะความคิดและให้ความเพลิดเพลิน
2. ใช้ภาษาและถอยคำสละสลวย มีเหตุผล
3. แสดงความรู้สึกและจินตนาการอย่างเต็มที่
4. งานเขียนที่เน้นอารมณ์ ความรู้สึก และการสะท้อนปัญหาทางสังคม
3. ลักษณะวรรณกรรมแบบโรแมนติกในคริสต์ศตวรรษที่19กลมกลืนอย่างมากกับแนวคิดใด
1. แนวคิดแบบชาตินิยม
2. แนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม-จารีตนิยม
3. แนวคิดแบบสัจนิยม
4. แนวคิดแบบวัตถุนิยม
4. ความคิดชาตินิยม มักปรากฏในวรรณกรรมบทละครและดนตรีแนวใด
1. สัจนิยม
2. โรแมนติก
3. อิมเพรสชันนิยม
4. เอกซ์เพรสชันนิสต์
5. โรเบิร์ต ซูมานส์, โยอันเนส บราห์มส์และฟรานซ์ ลิสต์ เป็นคีตกวีประเภทไหน
1. โรแมนติก
2. สัจนิยม
3. อิมเพรสชันนิสต์
4. เอกซ์เพรสชันนิสต์
6. สถาปัตยกรรมแบบบารอก (Baroque)ปรากฏในงานก่อสร้างใด
1. พระราชวังปักกิงแฮม
2. พระราชวังแวร์ชายส์
3. มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
4. มหาวิหารเซนต์ปอล
7. ถ้าท่านจะศึกษาผลงานด้านต่าง ๆของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการงานใดที่ท่านไม่ต้องศึกษา
1. ผลงานดนตรีของบีโธเฟน
2. ภาพ ‘‘อาหารมื้อสุดท้าย’’ของลีโอนาร์โด ดาวินซี
3. รูปสลักหินอ่อน ‘‘ปิเอโต’’ โดยไมเคิล แองเจโล
4. วิหารเซนต์ปอล ออกแบบโดย เซอร์ คริสโตเฟอร์ เรน
8. การถ่ายทอดผลงานด้านจิตรกรรมแนวสัจนิยมในสมัยคริสต์ศตวรรษที่19จิตรกรมีวัตถุประสงค์สำคัญในข้อใด
1. เพื่อสะท้อนชีวิตในสังคมอุตสาหกรรม
2. เพื่อส่งเสริมการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย
3. เพื่อสะท้อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. เพื่อสะท้อนบทบาทของศาสนจักรที่มีอิทธิพลต่อสังคม
9. ข้อใดเป็นชื่อของนักมนุษยนิยมทางด้านการประพันธ์ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการในศตวรรษที่15-17
1. โทมัส มอร์ อีรัสมุส    แมคิอาเวลลี แซวองเตส
2. โทมัส มอร์ ลีโอนาร์โด ดาวินซี อดัม สมิธ  ชาร์ลส์ ติกเก้น
3. จอห์น ลอก รุสโส    วอลแตร์ มองเตสกิเออ
4. แซวองเตส เชคสเปียร์   อีรัสมุส   มาร์ติน ลูเธอร์
10. งานเขียนประเภทอัตถนิยมมีบทบาทแก่สังคมด้านใด
1. วิจารณ์ระบบการศึกษาหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม
2. เปิดเผยความเลวร้ายและอยุติธรรมของระบบอุตสาหกรรม
3. บอกวิธีการอบรมเด็กให้มีศีลธรรมและจริยธรรม
4. สร้างสรรค์อุดมการณ์ทางการเมืองและการปกครอง
11. หากมีผู้ขอคำแนะนำว่าต้องการศึกษาแนวคิดที่เยาะเย้ยล้อเลียนสังคมของยุโรปสมัยคริสต์ศตวรรษที่18ท่านจะแนะนำให้อ่านหนังสือเรื่องใด
1. ดอนฮวน
2. ตามใจท่าน
3. สัญญาประชาคม
4. การท่องเที่ยวของกัลป์ลิเวอร์
12. สาเหตุของการเกิดรัฐชาติในยุโรปคือข้อใด
1. ศาสนจักรมอบอำนาจการปกครองให้กับกษัตริย์
2. ศาสนจักรมอบอำนาจการเก็บภาษีให้กับกษัตริย์
3. กษัตริย์ต่างๆตกลงร่วมกันที่จะแบ่งดินแดน เพื่อความสะดวกในการปกครอง
4. ชนชั้นกลางให้การสนับสนุนกษัตริย์ เพื่อสร้างระบอบการปกครองที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
13. เหตุการณ์ใดมีประเด็นเรื่องเสรีภาพเป็นพลังผลักดันน้อยที่สุด
1. การปฏิรูปศาสนาในเยอรมนี
2. การร่างรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ค.. 1789
3. การจัดตั้งอาณานิคมอังกฤษในทวีปอเมริกา
4. การออกสำรวจเส้นทางเดินเรือของโปรตุเกสและสเปน
14. นวัตกรรมใดที่ทำให้เกิดการปฏิวัติภูมิปัญญาของชาติตะวันตก
1. ปฏิทิน
2. กระดาษ
3. แท่นพิมพ์
4. นาฬิกากลไก
15. การค้นพบเส้นทางเดินเรือและดินแดนใหม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในยุโรปหลายประการ ยกเว้นข้อใด
1. การปฏิวัติทางการค้า
2. การปฏิวัติอุตสาหกรรม
3. การล่าอาณานิคม
4. ลัทธิพาณิชยนิยม
16. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิดรัฐชาติในยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่15
1. ความเสื่อมของขุนนางในระบบศักดินาสวามิภักดิ์ 
2. การขยายตัวของเศรษฐกิจการค้า
3. ความสำนึกในความเป็นชาติอันเกิดจากการใช้ภาษาประจำชาติหรือท้องถิ่น
4. ศาสนจักรต้องการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางและตั้งระบบราชการแทนขุนนางศักดิ์นาเดิม
17. แนวคิดใดของขบวนการฟื้นฟูศิลปวิทยาการที่เป็นรากฐานของการปกครองแบบประชาธิปไตยในโลกตะวันตกปัจจุบัน
1. เหตุผลนิยม สัจนิยม
2. สังคมนิยม ธรรมชาตินิยม
3. จินตนิยม พาณิชยนิยม
4. มนุษยนิยม ปัจเจกชนนิยม
18. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งเสริมการกำเนิดระบอสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในคริสต์ศตวรรษที่15-16
1. ความเสื่อมของระบบฟิวตัล
2. ผลของสงครามครูเสดและสงครามร้อยปี
3. นโยบายการค้าแบบพาณิชยนิยม
4. การปฏิวัติทางภูมิปัญญา
19. ข้อใดมิใช่เป็นลักษณะของยุโรปสมัยใหม่
1. การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
2. ระบบเศรษฐกิจแบบแมเนอร์
3. สังคมที่มีการแบ่งชนชั้น
4. ชนชั้นกลางมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้น
20. ข้อใดมิใช่สาเหตุของการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
1. การค้นพบวิธีการพิมพ์
2. การสำรวจดินแดนใหม่
3. การส่งเสริมสถาบันคริสต์ศาสนา
4. การศึกษาแบบมีเหตุผล
21. เหตุการณ์ใดเริ่มทำให้โลกเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคใหม่
1. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์
2. การปฏิวัติเกษตรกรรม
3. การปฏิวัติอุตสาหกรรม
4. การปฏิวัติคอมพิวเตอร์
22. การศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ก่อนคริสต์ศตวรรษที่17แตกต่างจากวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อย่างไร
1. เน้นการศึกษาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
2. ใช้เหตุผลในแนวคิดตรรกวิทยาและปรัชญา
3. ศึกษาวิทยาศาสตร์ตามแนวทางของคริสตจักร
4. ใช้คณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานหลักของการศึกษาวิทยาศาสตร์
23. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ในยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่16-17มีผลสำคัญโดยเฉพาะในพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร
1. มนุษย์สามารถคิดอย่างมีเหตุผลไร้ความงมงาย
2. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกแยกออกมาจากวิชาปรัชญา
3. มีการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์กายภาพ ช่วยให้มนุษย์ดำรงชีวิตได้สะดวกปลอดภัยยิ่งขึ้น
4. การประสานความรู้และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความชำนาญของช่างและเทคนิคต่าง ๆ
24. เหตุผลสำคัญที่ประเทศในยุโรปตะวันตกมีความเจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จสามารถขยายแสนยานุภาพออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะนับแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18-19เพราะผ่านประสบการณ์ในขั้นตอนใด
1. ขั้นตอนการปฏิรูปศาสนาในคริสต์ศตวรรษที่16
2. ขั้นตอนการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และปฏิวัติอุตสาหกรรม
3. ขั้นตอนการปฏิรูปกฎหมายและเปลี่ยนรูปแบบการปกครอง
4. ขั้นตอนการปฏิวัติทางสังคมที่รุนแรง
25. ตั้งแต่สมัยโบราณ ระดับความเจริญของโลกตะวันตกและตะวันออกไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่เหตุการณ์ใดที่ทำให้โลกตะวันตกพัฒนาไปอย่างก้าวไกลจนสามารถยืดดินแดนทางตะวันออกเป็นอาณานิคมได้
1. การสำรวจทางทะเลและพัฒนาคมนาคมขนส่ง
2. การพัฒนาอาวุธและประชาธิปไตย
3. การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม
4. การปฏิวัติเกษตรกรรมและการค้า
26. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์เกิดจากสาเหตุสำคัญข้อใด
1. ความคิดที่พัฒนาการใช้เหตุผลเชิงปรัชญา
2. ความรู้สึกต่อด้านศาสนาอย่างรุนแรง
3. ความคิดมนุษย์นิยมและการเฟื่องฟูทางการค้า
4. ความต้องการทางยุทธปัจจัย
27. ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์
1. การฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ
2. การขยายตัวทางการค้า
3. ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
4. การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร
28. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ส่งผลกระทบที่สำคัญต่อมนุษย์อย่างไร
1. มนุษย์มีความเชื่อมั่นในความสามารถสูงสุดของตน
2. มนุษย์เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุข
3. มนุษย์มีความเชื่อมั่นว่าสามารถเอาชนะธรรมชาติได้
4. มนุษย์สามารถค้นพบทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์
29. เหตุการณ์ใดเป็นอุปสรรคต่อการก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่16มากที่สุด
1. การขัดขวางของฝ่ายศาสนจักรในยุโรป
2. ความไม่สงบจากสงครามศาสนาในยุโรป
3. ชนชั้นสูงสนับสนุนการค้าทางทะเลมากกว่า
4. ปัญญาชนสนใจศึกษาทางศิลปะและวรรณคดีมากกว่า
30. อุปสรรคใดที่ขัดขวางความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่15-16มากที่สุด
1. ความไม่สงบจากสงครามศาสนาในยุโรป
2. การขัดขวางของศาสนจักในยุโรป
3. ปัญญาชนสนใจศึกษาทางศิลปะและวรรณคดีมากกว่า
4. ชนชั้นสูงสนับสนุนการผลิตสินค้าและการค้าทางทะเลมากกว่า
31. ข้อใดถูกต้องที่สุดเมื่อกล่าวถึงการปฏิวัติวิทยาศาสตร์
1. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ก่อให้เกิดการปฏิรูปศาสนา
2. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ก่อให้เกิดหารปฏิวัติทางภูมิปัญญา
3. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์เป็นผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
4. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ทำให้คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา
32. ข้อความใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับ ‘‘วิทยาศาสตร์สังคม’’
1. พยายามนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้
2. สามารถใช้การทดลองในห้องปฏิบัติการได้
3. มักใช้ลำดับเหตุผลและการทดลองอย่างแพร่หลาย
4. ประสบความสำเร็จในการใช้วิธีสังเกตการณ์และการทดลอง
33. ปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์มีบทบาทในสาขาต่าง ๆ ยกเว้นข้อใด
1. การสื่อสาร
2. การเกษตร
3. การบันเทิง
4. การพิมพ์
34. การปฏิวัติเกษตรกรรมเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศใด(เก๊ง)
1. ฝรั่งเศส
2. อังกฤษ
3. เยอรมนี
4. สหรัฐอเมริกา
35. เหตุการณ์ใดถือเป็นการปฏิวัติเกษตรกรรมในยุโรป
1. การแบ่งสรรที่ดินทางการเกษตรให้แก่ชาวนา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
2. การใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนและสัตว์ในพื้นที่การเกษตร
3. การล้อมรั้วที่ดินและการใช้ที่ดอนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. การพัฒนาระบบชลประทานโดยการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่
36. สมัยแห่งการรู้แจ้งหรือสมัยภูมิธรรม เป็นระยะเวลาที่ประชาชนยุโรปให้ความสนใจเรื่องอะไรมากที่สุด
1. จริยธรรม
2. เหตุผล
3. วิทยาศาสตร์
4. ตรรกวิทยา
37. แนวคิดหลักของศิลปวัฒนธรรมสมัยแห่งการรู้แจ้งหรือสมัยภูมิธรรมได้แก่อะไร
1. ยืดมั่นในขนบธรรมเนียมและระเบียบแผนของสังคม
2. เชื่อมั่นในกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์และการชี้แนะสั่งสอน
3. สะท้อนสภาพสังคมและการดำเนินชีวิตของประชาชน
4. คำนึงถึงความมีเหตุผลและคุณค่าของความเป็นมนุษย์
38. ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ในการปกครองประเทศของกษัตริย์ทรงภูมิธรรมในยุโรปคริสต์ศตวรรษที่18
1. เพื่อให้เสรีภาพแก่พลเมืองในด้านต่าง ๆ
2. เพื่อผู้รับใช้รัฐและประชาชน
3. เพื่อให้อำนาจอธิปไตยแก่ประชาชน
4. เพื่อให้พลเมืองมีความอยู่ดีกินดี
39. ข้อใดคือความคาดหวังของสังคมจาก ‘‘กษัตริย์ผู้ทรงภูมิธรรม’’
1. เป็นผู้ควบคุมให้สังคมสงบสุขโดยการใช้อำนาจเด็ดขาด
2. เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และเฉลียวฉลาด
3. เป็นผู้ให้เสรีภาพและความเสมอภาพแก่ประชาชน
4. เป็นผู้ปกครองประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญ
40. ข้อใดเป็นสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อ เจมส์ วัตด์ ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ
1. ประชาชนทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
2. โรงงานทอผ้าไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ริมแม่น้ำ
3. เมืองต่าง ๆขยายตัวพร้อม ๆกับจำนวนเครื่องจักรไอน้ำ
4. สามารถผลิตเครื่องนุ่งห่มให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดได้
41. เพราะเหตุใดจึงถือว่าอุตสาหกรรมทอผ้าเป็นอุตสาหกรรมแรกของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. คาร์ตไรท์ประดิษฐ์เครื่องทอผ้าสำเร็จ
2. อังกฤษครองตลาดสินค้า
3. ใช้แรงงานคนร่วมกับเครื่องจักรในการผลิต
4. สามารถผลิตเครื่องนุ่งห่มให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดได้
42. สิ่งใดเป็นความจำเป็นสูงสุดในกระบวนการผลิตยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. เครื่องจักร
2. โรงงาน
3. วัตถุดิบ
4. แรงงาน
43. ข้อใดคือสาเหตุที่ผลักดันให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า
2. เพื่อผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานเดียวกัน
3. เพื่อทดแทนการขาดแคลนแรงงาน
4. เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีจำนวนมากขึ้น
44. การปฏิวัติอุตสาหกรรมในระยะที่1 และระยะที่2 แตกต่างกันอย่างไรในด้านพลังงาน
1. มีการเปลี่ยนจากน้ำและลม มาใช้น้ำมันและไฟฟ้า
2. มีการเปลี่ยนจากคนและสัตว์ มาใช้ถ่ายหินและไอน้ำ
3. มีการเปลี่ยนจากไฟฟ้ามาใช้นิวเคลียร์และแสงอาทิตย์
4. มีการเปลี่ยนจากไอน้ำและถ่านหิน มาใช้ก๊าซ น้ำมัน และไฟฟ้า
45. การปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่สองต่างจากระยะแรกในประเด็นใด
1. มีการใช้ถ่านหินและพลังงานลม
2. มีการใช้พลังงานไอน้ำแทนพลังงานน้ำ
3. มีพัฒนาการทางเทคโนโลยีและวิทยาการต่าง ๆ
4. มีการใช้เครื่องจักรกลที่ทันสมัยแทนเครื่องมือแบบเก่า
46. การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่2 ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานจากเครื่องจักรไอน้ำและถ่านหินมาเป็นพลังงานชนิดใด
1. พลังงานไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน
2. พลังงานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานลม
3. พลังงานไฟฟ้า ก๊าซชีวภาพ และน้ำมัน
4. พลังงานไฟฟ้า ก๊าซภาพ และพลังงานลม
47. กิจกรรมใดนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่สอง
1. การผลิตเหล็กกล้า
2. การใช้เครื่องจักรไอน้ำ
3. การประดิษฐ์เครื่องปั่นด้าย
4. การวางสายโทรเลขข้ามทวีป
48. เพราะเหตุใดประเภทอังกฤษจึงเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจโลกในต้นคริสต์ศตวรรษที่19
1. มีความสามารถในการแผ่ขยายอาณานิคม
2. ลักษณะภูมิประเทศที่ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์
3. พลเมืองอังกฤษมีความสามารถในด้านการค้าทางเรือ
4. มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการผลิต
49. ข้อใดไม่ใช่สภาพของประเทศอังกฤษในช่วงก่อนเริ่มปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. ความต้องการอาหารและสินค้าประเภทต่าง ๆเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนประชากร
2. การมีอาณานิคมซึ่งพร้อมจะเป็นตลาดรับซื้อสินค้าและเป็นแหล่งวัตถุดิบ
3. เจ้าของที่ดินสามารถขยายกิจการไร่นา เพราะผลผลิตที่ต้องการและราคาสูงขึ้น
4. การรู้จักใช้เครื่องทุ่นแรงทั้งที่เป็นพลังน้ำและเครื่องจักรกลในโรงงานขนาดเล็ก
50. ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญที่สนับสนุนให้อังกฤษเป็นผู้นำในการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. อังกฤษมีเงินทุน ระบบการเมืองการคลังที่มั่นคง
2. อังกฤษมีแรงงานและวัตถุดิบที่เอื้อต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม
3. อังกฤษสนับสนุนการคิดและค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
4. อังกฤษเป็นชาตินักคิดและมองการณ์ไกล
51. สาเหตุใดที่ทำให้การปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วปลายคริสต์ศตวรรษที่18ถึงคริสต์ศตวรรษที่19
1. การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องปั่นด้ายและทอผ้า
2. การนำเอาเครื่องจักรไอน้ำมาใช้
3. การค้นพบแหล่งกำเนิดถ่านหินและแร่เหล็กมากขึ้น
4. การก่อกำเนิดระบบโรงงาน
52. เพราะเหตุใดประเทศอังกฤษจึงเป็นประเทศแรกที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. มีทรัพยากรน้ำมันในอาณานิคม
2. มีระบอบการปกครองที่เอื้อต่อการลงทุน
3. ไม่มีข้อจำกัดด้านแรงงาน
4. มีระบบเศรษฐกิจแบบพาณิชยนิยม
53. กิจการอะไรที่ทำให้การปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
1. อุตสาหกรรมปั่นด้าย-ทอผ้า
2. เครื่องจักรไอน้ำ ถ่านหิน-เหล็ก
3. ประดิษฐกรรมทางการสื่อสาร-โทรคมนาคม
4. อุตสาหกรรมด้านคมนาคม-ขนส่ง
54. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. การใช้เทคนิคและเครื่องทุ่นแรงใหม่ๆในการเพาะปลูก ส่งผลให้เกิดการประดิษฐ์เครื่องจักรกลเป็นครั้งแรก
2. อุตสาหกรรมทอผ้าเป็นตัวการสำคัญของการคิดประดิษฐ์ต่าง ๆซึ่งนำไปสู่กี่เริ่มต้นการปฏิวัติอุตสาหกรรม
3. อุตสาหกรรมถ่านหินเริ่มขึ้นพร้อมกับการคิดประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ
4. พลังน้ำที่ได้นำมาใช้เป็นครั้งแรกกับเครื่องทอผ้าเป็นผลให้ลดการใช้แรงงานผู้หญิงและเด็ก
56. เหตุใดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในระยะแรกก่อความทุกข์ยากให้ให้แก่กรรมกร
1. รัฐบาลบีบบังคับให้ผู้ใช้แรงงานทำงานหลายชั่วโมงต่อวัน
2. นายจ้างไม่อนุญาตให้เด็กทำงานในโรงงานเดียวกับบิดามารดา
3. รัฐบาลไม่มีมาตรการควบคุมนายจ้างให้ปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างยุติธรรม
4. รัฐบาลกำหนดอัตราค่าจ้างต่ำเพื่อลดต้นทุนการผลิตสินค้า
57. ภายหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมในระยะแรก เมืองมีลักษณะอย่างไร
1. มีการวางระบบผังเมืองอย่างดีโดยผู้ประกอบการร่วมมือกัน
2. มีระบบสาธารณูปโภคที่เพียงพอสำหรับผู้อยู่ในเมืองใหม่
3. เป็นเมืองที่ให้อำนาจแก่เจ้าของโรงงานในการว่าจ้างและควบคุมการทำงานของกรรมกร
4. พลเมืองไม่มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความเป็นอยู่ เพราะได้ประโยชน์จากระบบอุตสาหกรรมกันทั่วหน้า
58. ภายหลังการปฏิวัติวิทยาศาสตร์และการปฏิวัติอุตสาหกรรม ได้มีปัญหาเกิดขึ้นหลายด้านความพยายามที่จะแก้ไขที่นับว่ามีผลและใช้มาจนถึงปัจจุบันคือข้อใด
1. การออกกฎหมายห้ามจ้างเด็กและผู้หญิงทำงานบางประเภท
2. การใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบปล่อยเป็นสำคัญ
3. การตั้งโรงงานขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนสูงให้มากที่สุด
4. การสร้างวรรณกรรมที่สะท้อนความยากแค้นของสามัญชน
59. การปฏิวัติอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการประวัติศาสตร์อย่างไร
1. สังคมตะวันตกพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยี
2. เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ
3. ชนชั้นคนงานก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญเท่าเทียมชนชั้นกลาง
4. อังกฤษมีแรงงานและวัตถุดิบที่เอื้อต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม
60. การปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 มีผลกระทบอย่างชัดเจน
ทางด้านสังคมอย่างไร
1. ชนชั้นนายทุนเอารัดเอาเปรียบชนชั้นกรรมาชีพ
2. เกิดช่องว่างระหว่างชนชั้นมากขึ้น
3. ชาวชนบทอพยพเข้าสู่ตัวเมืองเพิ่มขึ้น
4. มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
61. สภาพการณ์อะไรของยุโรปที่ทำให้เกิดแนวความคิดแบบสังคมนิยม
1. การปฏิวัติทางการเกษตรทำให้ชาวนาสูญเสียที่ดิน
2. ชนชั้นกลางต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง
3. ปัญญาชนบางกลุ่มไม่พอใจที่นายทุนเอาเปรียบกรรมกร
4. การหลั่งไหลของคนชนบทเข้าเมืองเพื่อเป็นกรรมกรโรงงาน
62. การปฏิวัติอุตสาหกรรมในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ
การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้เพราะเหตุใด
1. ความก้าวหน้าในการผลิตอาวุธทำให้เกิดการแข่งขันด้านการทหาร
2. ประเทศอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องการเข้าครอบครองแหล่งวัตถุดิบและ
ตลาดระบายสินค้า
3. การปฏิวัติอุตสาหกรรมทไให้เกิดความแตกต่างระหว่างประเทศที่มีขีดความสามารถ
ในการพัฒนาไม่เท่ากัน
4. การปฏิวัติอุตสาหกรรมมีผลต่อพัฒนาการของแนวความคิดทางการเมืองแตกต่างกัน
ออกไปเป็นหลายระบบ เช่น ประชาธิปไตย เผด็จการ สังคมนิยม จึงเกิดเป็นความ
ขัดแย้ง
63. การปฏิวัติอุตสาหกรรมก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรในยุโรป
1. การขยายตัวของชาวนาไรที่ดิน และการขยายอิทธิพลของแนวความคิดเรียงสหกรณ์
การเกษตร
2. การขยายตัวของชนชั้นกรรมกร และการขยายอิทธิพลของแนวความคิดสังคมนิยม
เพ้อฝัน
3. การขยายตัวของชนชั้นกลาง และการขยายอิทธิพลของแนวความคิด
เสรีนิยมทางเศรษฐกิจและการเมือง
4. การเกิดกษัตริย์ผู้ทรงภูมิธรรมซึ่งส่งเสริมลัทธิพาณิชย์นิยมเพื่อชนชั้นกลางและ
รัฐสวัสดิการเพื่อกรรมกร
64. ข้อใดมิได้เป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. เกิดลัทธิสังคมนิยม
2. เกิดลัทธิศาสนนิยม
3. เกิดลัทธิจักรวรรดินิยม
4. เกิดลัทธิปัจเจกชนนิยม
65. ข้อใดมิใช่ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป
1. นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและนำเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบตลาดโลก
2. เกิดการขยายตัวการค้าแบบพาณิชย์นิยมและการปกครองแบบสาธารณรัฐ
3. เกิดชนชั้นกลาง เกิดลัทธิจักรวรรดินิยมที่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศต่อมา
4. เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน และเกิดแนวคิดใหม่ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา
66. ข้อใดไม่ใช่ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. การปฏิวัติประชาธิปไตยของชนชั้นกลาง
2. การปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพ
3. การค้นพบเส้นทางเดินเรือมายังโลกตะวันออก
4. การเกิดสังคมเมือง
67. ข้อใดไม่ใช่ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. ความต้องการแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
2. ชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น
3. การค้นพบว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล
4. ความต้องการวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น
68. ข้อใดไม่ใช่ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้น
2. ทำให้เกิดลัทธิสังคมนิยม
3. ชุมชนแบบเมืองขยายตัวมากขึ้น
4. อำนาจทางการเมืองไปอยู่กับชนชั้นกรรมกร
69. ข้อใดไม่ใช่ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่มีต่อสังคม
1. ความเหลื่อมล้ำในสังคมมีมากขึ้น
2. คนจนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
3. จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น
4. การขยายตัวของเมืองเพิ่มขึ้น
70. ข้อใดไม่ใช่ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่มีต่อสังคม
1. ทำให้มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น
2. ทำให้มีการควบคุมจำนวนประชากร
3. สังคมเมืองขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
4. ชนชั้นกลางมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น
71. ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงของการปฏิวัติอุตสาหกรรมต่อสังคมตะวันตก
1. การสูญเสียอํานาจของสถาบันคริสต์ศาสนา
2. กําเนิดของลัทธิเสรีนิยม
3. การเข้ามามีบทบาททางการเมืองของชนชั้นกลาง
4. วรรณกรรมแนวสัจนิยม
72. ข้อใดไม่มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. รัฐควบคุมการผลิตและการค้าตามแนวของลัทธิพาณิชย์นิยม
2. กระบวนการเปลี่ยนแปลงในวิธีการและเทคนิคการผลิต
3. การผลิตสินค้าโดยการใช้เครื่องจักรและระบบโรงงาน
4. การผลิตสินค้าโดยใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากธรรมชาติ
73. ข้อใดคือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญในระยะแรกของการปฏิวัติ
อุตสาหกรรม
1. เกิดลัทธิทางเศรษฐกิจแบบพาณิชย์นิยม
2. เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
3. เกิดการผลิตแบบพึ่งพาตนเองของแต่ละประเทศ
4. เกิดปัญหาคนว่างงานจำนวนมาก
74. ลัทธิพาณิชย์นิยมทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศได้ เพราะเหตุผล
ข้อใดมากที่สุด
1. ความพยายามหาแหล่งวัตถุดิบและตลาดสินค้าของประเทศแม่โดยใช้วิธี
การผูกขาด
2. การที่รัฐมุ่งสะสมทองคำและโลหะเงินเพื่อการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ใช้ในการ
แลกเปลี่ยน
3. การเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงเพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศ
4. การย้ายศูนย์กลางการค้าของยุโรปจากย่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนออกไปยังชายฝั่ง
75. ปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้กระแสวัฒนธรรมตะวันตกแพร่กระจายไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของโลกได้อย่างรวดเร็วนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 คือปัจจัยใด
1. ลัทธิจักรวรรดินิยม
2. การปฏิวัติอุตสาหกรรม
3. ระบอบประชาธิปไตย
4. การค้าระหว่างประเทศ