วันอาทิตย์, มิถุนายน 09, 2562

เก็บคะแนน 101-200 (ม.6)


101. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา
1. ผู้รั้ง
2. จตุสดมภ์
3. ยกกระบัตร
4. สมุหเทศาภิบาล
102. ข้อความใดถูกต้อง ถ้าพิจารณาในแง่ของการใช้อำนาจอธิปไตย
ก. กรมวัง                  เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจนิติบัญญัติ
ข. เทศาภิบาล             เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตุลาการ
ค. พระธรรมศาสตร์        เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจนิติบัญญัติ
ง. กระทรวงศึกษาธิการ    เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตุลาการ
จ. องคมมนตรีสภา        เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจบริหาร
1. ก และ ค
2. ค และ จ
3. ข และ ง
4. ก และ ง
103. การปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมีลักษณะอย่างไร
1. กระจายอำนาจ แบ่งแยกหน้าที่
2. รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง แบ่งแยกหน้าที่
3. รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง รวมหน้าที่
4. กระจายอำนาจ จัดลำดับขั้นการบังคับบัญชา
104. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการปฏิรูปการปกครองในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
1. การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างฝ่ายทหารและพลเรือน
2. การรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
3. การถ่วงดุลอำนาจกับกลุ่มเจ้านายและกลุ่มขุนนาง
4. การผนึกกำลังเพื่อปราบปรามอาณาจักรสุโขทัย
105. ข้อใดมิใช่สาระสำคัญของการปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
1. การแบ่งเขตการปกครองระหว่างสมุหกลาโหมและสมุหนายก
2. การดึงอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
3. การยกเลิกระบบเมืองลูกหลวง
4. การขยายเขตการปกครองราชธานี
106. การปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก่อให้เกิดผลที่สำคัญอย่างไร
1. ทำให้สถาบันขุนนางมีอำนาจเข็มแข็งมากขึ้น
2. ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองหลักการปฏิรูปบ่อยครั้ง
3. ทำให้กลุ่มเจ้านายมีอำนาจต่อรองผลประโยชน์กับกลุ่มขุนนางมากขึ้น
4. ทำให้เกิดความขัดแย้งกับอาณาจักรเพื่อนบ้านของอาณาจักรอยุธยาที่โดยรอบ
107. ระเบียบการปกครองสมัยอยุธยาจำเป็นต้องจัดระเบียบให้รัดกุมและเข็มงวดมากขึ้นด้วยสาเหตุหลายประการ ยกเว้นขอใด
1. มีดินแดนในการปกครองเพิ่มมากขึ้น
2. ประชากรที่เพิ่มมากขึ้นทำให้สังคมมีโครงสร้างซับซ้อน
3. วิถีชีวิตของคนไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเพราะการศึกษาแพร่หลาย
4. มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความมั่นคงทั้งภายในและภายบนอก
108. ข้อใดเป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
1. การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการป้องกันประเทศ
2. การฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้า และการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
3. การทำสงครามตอบโต้ข้าศึก และการขยายอำนาจ
4. การขยายอำนาจ และการฟื้นฟู่เศรษฐกิจการค้า
109. ข้อใดเป็นการจัดระเบียบการปกครองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์
1. เมืองพิษณุโลกอยู่บังคับบัญชาของสมุหกลาโหม
2. เมืองนครศรีธรรมราชอยู่ในบังคับบัญชาของสมุหนายก
3. เมืองโคราชอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของสมุหเทศาภิบาล
4. เมืองจันบุรีอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกรมท่า
110. ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 คือข้อใด
1. การแพร่กระจายของแนวความคิดแบบประชาธิปไตย
2. การขยายอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตก
3. การขาดกำลังคนในการบริหารราชการแผ่นดิน
4. สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมตกต่ำ
111. ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้รัชกาลที่5ทรงปฏิรูปโครงสร้างการปกครองขนาดใหญ่ตั้งแต่ พ.ศ.2435 เป็นต้นมาคืออะไร
1. การเตรียมรับมือกับการล่าอาณาจักรของอังกฤษและฝรั่งเศส
2. การมหาอำนาจตะวันตกบีบในเรื่องสิทธิภาพสภาพนอกอาณาเขต
3. การดึงอำนาจจากกลุ่มขุนนางเก่ามาขึ้นกับสถาบันพระมหากษัตริย์
4. ความสับสน ซับซ้อน และไร้ประสิทธิภาพของระบอบการปกครองแบบจตุสดมภ์
112. การปฏิรูปการปกครองในรัชกาลที่ 5เกิดจากสาเหตุใดน้อยที่สุด
1. ความเสี่ยงของระบบมูลนายไพร่
2. เหตุการณ์วุ่นวายภายในประเทศ
3. โครงสร้างการปกครองเดิมล้าสมัย
4. การคุกคามจากจักรวรรดินิยมตะวันตก
113. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญของการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5
1. ความวุ่นวายภายในประเทศ
2. ภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตก
3. ความเสี่ยงชองระบบมูลนายไพร่
4. โครงสร้างการปกครองล้าสมัย
114. ผลจากการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2435ที่สำคัญได้แก่ข้อใด
1. การยกเลิกหัวเมืองชั้นในและเมืองเอก โท ตรี
2. การยกเลิกการบริหารแบบกรมและเกิดกระทรวงขึ้นมาแทน
3. ทำให้เกิดการรวมอำนาจการปกครองที่ศูนย์กลางอย่างแท้จริง
4. มีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อสร้างคนเพื่อตอบสนองความต้องการของราชการ
115. ผลจากการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อให้เกิดผลกระทบทางการปกครองอย่างไร
1. อำนาจการปกครองมีศูนย์รวมอยู่ที่สถาบันกษัตริย์
2. มีการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ส่วนภูมิภาค
3. ชนชั้นกลางเริ่มมามีบทบาทในการปกครอง
4. เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในหมู่พระราชวงศ์และขุนนาง
116. การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อให้เกิดผลกระทบทางการปกครองอย่างไร
1. เกิดความขัดแย้งระหว่างขุนนางกับราชวงศ์
2. มีการรวมอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง
3. พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ลดลง
4. สามารถยกเลิกสิทธิภาพนอกอาณาเขต
117. ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูประเบียบการปกครองทุกระดับในสมัยรัชกาลที่ 5 คือข้อใด
1. มีแนวนโยบายของการบรรจุข้าราชการ
2. มีการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
3. มีความเสมอภาคในหมู่ประชาชน
4. มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
118. ข้อใดคือผลของการปฏิรูปการปกครองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
1. พระมหากษัตริย์ถ่ายโอนอำนาจการปกครองให้กับเสนาบดีสภา
2. มณฑลเทศาภิบาลมีอิสระในการปกครองตนเอง
3. อำนาจทางการเมืองขึ้นอยู่กับสถาบันกษัตริย์
4. ข้าหลวงเทศาภิบาลมีอำนาจในการ กินเมือง
119. การปรับปรุงกิจการบ้านเมืองและการปฏิรูปการปกครองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อให้เกิดผลทางการเมืองอย่างไร
1. พระราชวงศ์มีอำนาจต่อรองกับพระมหากษัตริย์มากขึ้น
2. เกิดการขัดแย้งทางการเมืองในหมู่พระราชวงศ์มากขึ้น
3. ความเป็นเทวราชาของพระมหากษัตริย์ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง
4. เกิดการรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่สถาบันพระมหากษัตริย์
120. การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้ผลในด้านใดมากที่สุด
1. ประชาชนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน
2. ทำให้ประเทศไทยได้รับการพัฒนาทัดเทียมอารยประเทศ
3. การได้มาซึ่งประชาธิปไตยของปวงชนขาวไทยมีความเป็นไปได้สูง
4. เกิดเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชาและในการบริหารราชการทั่วประเทศ
121. การที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแก้ไขปรับปรุงระเบียบการบริหารการแผ่นดินก่อให้มันเกิดผลข้อใด
1. มีเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชา
2. มีความเสมอภาคในสังคมไทย
3. ลดภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยม
4. มีการกระจายอำนาจการปกครอง
122. พระราชกรณียกิจใดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติก่อนพระราชกรณีกิจอื่นหลังจากขึ้นครองราชย์
1. เสด็จประพาสต้น
2. ตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
3. เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ
4. ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
123. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว ความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองการปกครองที่มีแนวคิดที่จะให้ประชาชนชาวไทยรู้จักปกครองตนเองมากที่สุดได้แบบนี้เรืองใด
1. การจัดตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
2. การจัดตั้งเสนาบดีสภา กระทรวง กรม แบบชาติตะวันตก
3. การจัดการตั้งมณฑลเทศาภิบาล
4. การจัดตั้งสุขาภิบาล
124. สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยมีบทบาทสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงการเมืองและสังคมให้ดำเนินไปโดยราบรื่น นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาและปรับปรุงการปกครองประเทศให้ทันสมัย อาทิเช่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางรากฐานการปฏิรูปการปกครองโดยการจัดตั้ง......................ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2417 อันอาจนับได้ว่าเป็นการวางรากฐานการปกครองในระบบประชาธิปไตยของไทย จงเติมข้อความที่เว้นไว้ให้ได้ความสมบูรณ์
1. รัฐสภา
2. รัฐธรรมนูญ
3. สภาปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน
4. สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
125 .พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเริ่มวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบเป็นขั้นตอนและค่อยเป็นค่อยไปโดยวิธีการใด
1. ทรงจัดตั้งสภาปกครองท้องถิ่น
2. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
3. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาสูงสุดและคณะที่ปรึกษารัฐบาล
4. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและองคมนตรีสภา
126. หน้าที่สำคัญขององคมมนตรีสภาในสมัยรัชกาลที่ 5 คืออะไร
1. เป็นผู้พิจารณาร่างกฎหมาย 
2. เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
3. เป็นผู้พิจารณาระเบียบราชการแผ่นดิน
4. เป็นที่ปรึกษาราชการส่วนพระองค์
127. องค์กรใดที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาและความเห็นต่อพระมหากษัตริย์
1. คณะอภิรัฐมนตรีสภา
2. คณะรัฐมนตรีสภา
3. คณะองคมนตรี
4. สภากรรมการองคมนตรี
128. อภิรัฐมนตรีสภาตั้งขึ้นในสมัยใดและด้วยเหตุผลอะไร
1. รัชกาลที่5 ทรงต้องการสร้างกลุ่มคนหนุ่มเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับกลุ่มสยามเก่า
2. รัชกาลที่5 ทรงต้องการที่ปรึกษาในการบริหารบ้านเมือง
3. รัชกาลที่6 ทรงต้องการฝึกให้ขุนนางรุ่นใหม่รู้จักการปกครองระบอบประชาธิปไตย
4. รัชกาลที่7 ทรงต้องการผู้เชี่ยวชาญมาร่วมบริหารราชการ
129. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการปกครองประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5
1. การจัดตั้งภาค
2. การจัดตั้งมณฑล
3. การจัดตั้งสุขาภิบาล
4. การจัดการเลือกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
130. ระบบเทศาภิบาลในสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะสอดคล้องกับการปกครองในข้อใด
1. การปกครองท้องที่                
2. การปกครองท้องถิ่น
3. การปกครองส่วนกลาง             
4. การปกครองส่วนภูมิภาค
131. จุดมุ่งหมายใดมีความสำคัญที่สุดต่อการปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยรัชกาลที่ 5
1. เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยม
2. เพื่อแก้ปัญหาการกบฏที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ
3. เพื่อวางรากฐานการมีส่วนร่วมในการปกครองของประชาชน
4. เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างอำนาจการปกครองของฝ่ายทหารและพลเรือน
132. การปฏิรูปโครงสร้างการปกครองทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของรัชกาลที่ 5 มีความสัมพันธ์กับข้อใดน้อยที่สุด
1. การสร้างทหารอาชีพ
2. การสร้างระบบโรงเรียน
3. การเลิกระบบไพร่และทาส
4. การวางพื้นฐานอุดมการณ์ประชาธิปไตย
133. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการดำเนินการในข้อใดที่ถือว่าเป็นการปูพื้นฐานการปกครองแบบประชาธิปไตย
1. การจัดตั้งกระทรวง
2. การเลิกทาส
3. การจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล
4. การจัดตั้งดุสิตธานี
134. กิจกรรมใดเป็นการเริ่มวางรากฐานการปกครองแบบประชาธิปไตยในประเทศไทย
1. การจัดตั้งรัฐมนตรีสภา
2. การจัดตั้งสุขาภิบาล
3. การเลิกทาส
4.การจัดตั้งเมืองดุสิตธานี
135. กระทรวงมุรธาธิการในสมัยรัชกาลที่ 5 มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องใด
1. ราชทัณฑ์
2. การชำระคดี
3. ระเบียบสารบรรณ
4. ไปรษณีย์โทรเลข
136. กระทรวงใดในปัจจุบันที่ยังคงใช้ชื่อเดิมซึ่งตั้งมาตั้งแต่งสมัยรัชกาลที่ 5
1. มหาดไทย กลาโหม การคลัง พาณิชย์
2. มหาดไทย กลาโหม การคลัง ยุติธรรม
3. มหาดไทย กลาโหม ต่างประเทศ ยุติธรรม
4. มหาดไทย  กลาโหม ศึกษาธิการ การคลัง
137. ข้อใดถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาการเมืองไทย
1.การปฏิรูปการปกครองของแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ 5
2. ความพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครอง ร.ศ.130
3. การกราบบังคมทูลขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2427
4.การสร้างดุสิตธานีเพื่อทดลองการปกครองแบบประชาธิปไตย
138. ความคิดทางประชาธิปไตยของคนไทย เริ่มปรากฏอย่างชัดเจนในข้อใด
1. ข้อเสนอในบทความของเทียนวรรณ
2. ข้อคิดเห็นของอัศวพาหุและรามจิตติ
3. ข้อเสนอของที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ชื่อนายเรมอนด์ บี.สตีเวนส์
4. คำกราบบังคมทูลของเจ้านายและข้าราชการ ร.ศ.103
139. จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย ใครเป็นผู้มีความคิดริเริ่มเรื่องการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
1. พระมหากษัตริย์
2. เจ้านายและขุนนาง
3. นายทหารสัญญาบัตร
4. ชนชั้นกลางและปัญญาชน
140. ข้อความใดที่ ไม่ปรากฏในคำกราบบังคมทูลของเจ้านายและข้าราชการ ร.ศ.103
1. ให้มีการปกครองระบอบสาธารณรัฐ
2. ให้มีการกำหนดผู้ที่จะสืบราชสมบัติให้ชัดเจน
3. เสนาบดีมีอำนาจในการตัดสินใจดำเนินงานต่าง ๆ ได้
4. ให้มีการปกครองแบบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
141. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการดำเนินงานหลายอย่างที่เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ยกเว้น เรื่องใด
1. การตั้งดุสิตธานี
2. กบฏ ร.ศ.130
3. การให้เสรีภาพแก่หนังสือพิมพ์
4. การที่บุคคลกลุ่มหนึ่งถวายบันทึกขอให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง
142. ข้อใดเป็นผลงานของเทียนวรรณ
1. การเข่าร่วมในการกบฏ ร.ศ. 130
2. การเสนอแผนพัฒนาการเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5
3. การเข้าร่วมในการเสนอเค้าโครงร่างรัฐธรรมนูญในสมัยรัชกลที่ 6
4. การเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในสมัยรัชกาลที่ 5
143. การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ในข้อใดมีรูปแบบคล้ายคลึงกับความเคลื่อนไหวในหมู่นักคิดชาวยุโรปในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17-18
1. การรวมกลุ่มการเมืองภายใต้ชื่อ ยังเติร์ก
2. เทียนวรรณออกหนังสือพิมพ์เพื่อเสนอความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สังคม
3. การก่อกบฏ ร.ศ. 130 ในสมัยรัชกาลที่ 5
4. คณะเจ้านายและข้าราชการเสนอคำกราบบังคมทูลให้เปลี่ยนแปลงการปกครองใน ร.ศ. 103
144. ผู้นำใหม่ที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 คือกลุ่มใด
1. กลุ่มผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ
2. กลุ่มนักเรียนนายร้อยทหารบก
3. กลุ่มกองทัพประจำการติดอาวุธ
4. กลุ่มผู้ที่ได้รับการศึกษาในระบบใหม่
145. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 รัชกาลที่ 7 ทรงมีแนวพระราชดำริทางการเมืองในการริเริ่มประชาธิปไตยอย่างไร 
1. ทรงริเริ่มให้มีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศ 
2. มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาลฉบับแรกในพ.ศ. 2474
3. โปรดให้มีการทดลองเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบริเวณพระราชวังดุสิต
4. ทรงจัดตั้งอภิรัฐมนตรีสภาเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
146. เหตุการณ์คาใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับความคิดที่นำไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย
1. การปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 
2. คำกราบบังคมทูลพระกรุณาเจ้านายและคุณนางที่ขอให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เปลี่ยนแปลงการปกครอง
3. การตั้งดุสิตธานีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
4. การส่งสามัญชนไปศึกสาต่างประเทศ
147. ข้อใดคือความเห็นของกลุ่มก้าวหน้าร.ศ. 103
1. ให้มีการปกครองแบบ “คอนสติติวชั่นแนว โมนากี ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
2. ให้ปฏิรูปการทหารและการปกครองส่วนภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาภัยคุกคามจากต่างประเทศ
3. เปลี่ยนแปลงการปกครองไปเป็นแบบ“แอบโมลูกโมนากี”
4. ไทยควรมีรัฐสภาตามแบบประเทศอังกฤษ
148. การปฏิวัติครั้งใดที่ไม่มีผลต่อแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยในสมัยรัชกาลที่ 7
1. การปฏิวัติฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่16
2. การปฏิวัติของ ซุน ยัตเซ็น
3. การปฏิวัติอเมริกา
4. การปฏิวัติเหมา เจ๋อ ตง
149. กลุ่มก้าวหน้า ร.ศ.103 หมายถึงข้อใด
1. กลุ่มกบฏที่กระทำการไม่สำเร็จ
2. บรรดาทหารที่คบคิดจะทำการปฏิวัติในสมัยรัชกาลที่5
3. กลุ่มการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสมัยรัชกาลที่5
4. บรรดาผู้เสนอความคิดเห็นให้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
150. ข้อเสนอเกี่ยวกับแผนพัฒนาการเมืองไทยถือได้ว่าเริ่มมีครั้งแรกในเมื่อใด
1. สมัยรัชกาลที่5โดยกลุ่มเจ้านายและข้าราชการ ร.ศ. 103
2. สมัยรัชกาลที่ห้าโดยกบฏบวรเดช
3. สมัยรายการที่หกโดยกลุ่มกบร.ศ.103
4. สมัยราชการที่7 และคณะราษฎร
151. กฎหมายในสมัยสุโขทัยเป็นกฎหมายใด
1. กฎหมายไทยแท้แท้ที่มาจากจารีตประเพณีดั้งเดิมของไทย
2. กฎหมายไทยที่ได้รับอิทธิพลคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ของอินเดียโดยผ่านทางมอญ
3. พระมหากษัตริย์เป็นผู้ออกกฎหมายจะเรียกว่า”ราชศาสตร์”
4. ความหมายตามแบบจารีตประเพณีของขอม
152. การยกเลิกประเพณี คันแรกการแต่งกาย ตามแบบยุโรปของขุนนางไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมามีเป้าหมายอย่างไร
1. การปฏิรูปโครงสร้างสังคม
2. การสร้างสังคมให้ทันสมัย
3. การสร้างรัฐชาติ
4. การสร้างชาตินิยม
153. หลักการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง พ.ศ. 2398 เหตุการณ์ใดเกิดก่อน
1. ออกพระราชกำหนดยอมรับกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของบุคคลเป็นครั้งแรก   
2. ทำงบประมาณแผ่นดินเป็นครั้งแรก
3. ตั้งธนาคารที่ดำเนินกิจการโดยคนไทยเป็นครั้งแรก
4. จัดให้มีการประกวดพันธุ์ข้าวเป็นครั้งแรก
154. ในสมัยรัชกาลที่5เหตุการณ์ใดเกิดหลังสุด 
1. วิกฤติการณ์ ร.ศ.112
2. เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก
3. เสด็จประพาสต้นครั้งแรก
4. ออกพระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ.124
155. ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ. 2475 เหตุการณ์ใดเกิดเป็นลำดับแรก
1. กบฏ ร.ศ. 103         
2. ตั้งดุสิตธานี
3. ตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา
4.เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
156. ประวัติศาสตร์ยุคประชาธิปไตยเหตุการณ์ใดเกิดหลังสุด
1. เค้าคงเศรษฐกิจแห่งชาติ
2. ออกพระราชบัญญัติการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต
3. กบฏบวรเดช
4. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอยู่ทรงสละราชสมบัติ
157. การปฏิรูปการเมืองการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดจากสาเหตุข้อใดน้อยที่สุด
1. ระบบบริหารราชการแผ่นดินเดินล้าหลัง  
2. ประเทศราชและ หัวเมืองฉันนอกมีอิสระในการปกครองตนเองมาก 
3. การคุกคามของลัทธิจักวรรดินิยม
4. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
158. เมื่อประเทศไทยมีการปฏิรูปการปกครองในทศวรรษ 2430 เคยเหตุการณ์สำคัญในข้อใด
1. การตั้งสภาที่ปรึกษาราชการ
2. การตั้งกระทรวง
3. การตั้งเจ้าภาษีนายอากร
4. การตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์
159. พระบาทสมเด็จพระพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเลิกทาสโดยใช้วิธีใด
1. ทรงประกาศเลิกอย่างกะทันหันเผื่อมิให้เจ้าของทาส ฝ่าฝืน            
2. ทรงกำหนดเวลาลดค่าตัวทาสลงเป็นปีๆไปจนหมดค่าตัว
3. ทรงโปรดให้ทาสทั้งหลายเปลี่ยนสภาพเป็นทาสหลวง
4. ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนให้ถ้าบ่ายเป็นไทแก่ตัว
160. รัชกาลที่ 6 ไม่ได้ทรงใช้สิ่งใดเป็นเครื่องมือในการสร้างอุดมการณ์ชาตินิยม
1. พระราชกรณียกิจ
2. พระราชานิพนธ์
3. พระราชดำรัส
4. การประดิษฐ์ธงชาติ
161. เหตุการณ์ใดเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนให้รู้ถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของประชาชน
1. การตั้งดูสิธาน
2. การกบฏ ร.ศ.130
3. การปฏิรูปการปกครองพ.ศ. 243
4. การพระราชทานรัฐธรรมนูญขอรัชกาลที่ 7
162. เหตุการณ์ใดถือเป็นจุดสิ้นสุดสมัยการปกครองของคณะราษฎร
1. กบฏบวรเดช พ.ศ. 2476
2. แล้วจะประหารพ.ศ. 2490
3. รัฐประหารพ.ศ. 2501
4. รัฐประหารพ.ศ. 2520
163. เหตุการณ์ไหนที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอำนาจทางทหารในเมืองไทยอย่างเป็นรูปธรรม
1. การเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ. 2475
2. การเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศสพ.ศ. 2483
3. การเกิดขึ้นของขบวนการเสรีไทย
4. การรัฐประหารพ.ศ. 2490
164. ผลจากการต่อรองทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่สองตามรัฐมนตรีพ.ศ. 2475 ได้ก่อให้เกิดองค์การใดขึ้นมา ตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2489
1. รัฐมนตรีสภา
2. พฤฒสภา
3. องมนตรีสภา
4. อภิรัฐมนตรีสภา
165. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการผลิตในชุมชนไทยสมัยก่อน
1. ผลิตเพื่อการค้า
2. ผลิตเพื่อใช้อุปโภคบริโภค
3. ผลิตเพื่อ เสียภาษีและส่วย
4. เรียนเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนสินค้าอื่น
166. ข้อใดที่ไม่ใช่สาระสำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบยังชีพ
1. เป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน
2. เป็นการผลิตโดยพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก
3. เป็นการผลิตสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
4. เป็นการผลิตเพื่อการค้าในสังคมท้องถิ่น
167. ในสมัยสุโขทัยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ที่เกิดจากการผลิตแต่จำหน่ายผลผลิตจะตกอยู่กับผู้ใด
1. ประชาชน
2. ผู้ผลิต
3. พระมหากษัตริย์
4. พ่อค้า
168. เศรษฐกิจสุโขทัยกับอยุธยาแตกต่างกันอย่างไร
1. สุโขทัยมีการค้าอย่างเสรี                   อยุธยามีการผูกขาดการค้า                                                  
2. สุโขทัยทำการค้ากับจีนมากที่สุด          อยุธยาค้ากับอินเดียที่สุด
3. สุโขทัยมีการผลิตแบบพอยังชีพเป็นหลัก อยุธยามีการผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก
4. สุโขทัยไม่มีการเก็บภาษีอากรในใด        อยุธยามีการเก็บภาษีอากรหลายประเภท
169. ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งเสริมให้กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติคือข้อใด
1. การตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์
2. ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน
3. ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปากอ่าว เรือสินค้าเข้าถึงสะดวก
4. เป็นที่รวมสินค้าของป่าจากหัวเมืองที่อยู่ภายใน
170. ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของ กรุงศรีอยุธยา เกิดขึ้นจากเหตุผลข้อใด
1. ส่งเสริมการเพาะปลูกข้าว
2. การค้าระหว่างไทย-จีน          
3. กษัตริย์ส่งเสริมการค้าภายใน
4. กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองท่าที่มีความเหมาะสม
171. ข้อใดมีความสำคัญน้อยที่สุดที่ทำให้อยุธยาพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ
1. อยู่ในเส้นทางการค้า
2. เป็นแหล่งผลิตเครื่องเทศ 
3. ผู้ปกครองมีนโยบายเปิดกว้าง
4. ไม่มีการกีดกันทางศาสนา
172. ปัจจัยข้อใดที่สำคัญน้อยที่สุดในการส่งเสริมให้อยุธยามีความรุ่งเรืองทางการค้ากับนานาชาติ
1. คุ้มดำน้ำที่เป็น เส้นทางคมนาคม
2. มีการจ้างชาวต่างชาติมารับราชการ
3. มีที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์จึงปลูกข้าวได้ผลดี
4. อยู่ใกล้ทะเลเหมาะแก่การเป็นเมืองได้สะดวก
173. สินค้า สำคัญในการค้าระหว่างไทยกับชาติตะวันตกในสมัยอยุธยาคืออะไร
1. ของป่าไทยและสินค้าจีน
2. ข้าวไทยและสินค้าจีน
3. ของป่าไทยและสินค้าญี่ปุ่น
4. ข้าวไทยและสินค้าญี่ปุ่น
174. ข้อใดเป็นลักษณะการค้ากับต่างประเทศในสมัยอยุธยา
1. เป็นการค้าผูกขาดโดยพระคลังสินค้า
2. เป็นการผูกขาดสวยขุนนางระดับสูง
3. เป็นการค้าเสรีโดยไม่กีดกันชาวต่างชาติ
4. เป็นการค้าเสรีภายใต้การควบคุมของขุนนาง
175. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของระบบพระคลังสินค้า
1. การผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยรัฐ
2. การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาประมูลภาษี
3. ราษฎรกับพ่อค้าไม่สามารถติดต่อค้าขายกันได้โดยตรง
4. การยินยอมให้ไพร่นำผลผลิตส่วนเกินที่รัฐไม่ต้องการออกขายได้
176. เพราะเหตุใดพ่อค้าชาวตะวันตกจึงไม่พอใจกับ สภาพการค้าของไทยก่อน การทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง
1. ถ้าไม่เข้าใจธรรมเนียมการค้าของชาวตะวันตก
2. มีการค้าผูกขาดโดยพระคลังสินค้า 
3. ไทยให้สิทธิ์พิเศษทางการค้าแกจะตะวันออกมากกว่าชาวตะวันตก
4. มีการเก็บภาษีค้าเข้าในอัตราสูง
177. ข้อใดที่อธิบายหน้าที่ของพระคลังสินค้าได้ถูกต้องที่สุด
1. คลังสินค้าทำ หน้าที่เก็บรักสาสินค้าทุกประเภท
2. พระคลังสินค้าค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนเท่านั้น
3. พระครั้งสินค้าเท่านั้นทำหน้าที่ควบคุมตรวจตราสินค้าออกสินค้าเข้า
4. พระคลังสินค้าดูแลการค้าภายในประเทศ
178. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของพระคลังสินค้า
1. เป็นผู้ผูกขาดการค้ากับต่างประเทศ
2. เป็นผู้ทำหน้าที่ติดต่อกับต่างประเทศ
3. เป็นผู้ส่งเรือไปค้าขายกับต่างประเทศ
4. เป็นผู้กำหนดราคาสินค้าจากต่างประเทศ
179. ระบบผูกขาดโดยพระคลังสินค้าในสมัยอยุธยาก่อให้เกิดผลสำคัญอย่างไร
1. รัฐเผชิญกับปัญหาการจัดเก็บภาษีจากท้องถิ่นต่างๆ       
2. แล้วก็คุมการผลิตเพื่อล้างขาให้เหมาะสม
3. รัฐเอาใจใส่ควบคุมกำลังคนและจัดเก็บส่วยมากขึ้น
4. การค้ากับต่างประเทศลดปริมาณลง
180. รายได้หลักของไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้มาจากอะไร
1. การผูกขาดโดยพระคลังสินค้า
2. การเก็บส่วย
3. การค้าต่างประเทศ
4. การเกณฑ์แรงงานจากไพร่
181.ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นไทยมีเศรษฐกิจแบบผูกขาดโดยพระคลังสินค้าในขณะที่ประเทศชาติตะวันตกมีนโยบายธุรกิจแบบใด 
1. แมเนอร์
2. พาณิชนิยม
3. เสรีนิยม  
4. สังคมนิยม
182. เพราะเหตุใดไทยจึงร่ำรวยจากการค้ากับต่างประเทศจนเป็นรายได้หลักของแผ่นดินนับตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
1. รัฐบาลมีชาวจีนช่วยในการค้า
2. รัฐบาลผูกขาดการค้าไว้แต่เพียงผู้เดียว
3. รัฐบาลให้เสรีภาพในการค้าอย่างเต็มที่
4. รัฐบาลมีสินค้าต้องห้ามสำหรับขายมาก
183. รายได้หลักของไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ก่อน การลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริ่งมาจากวิธีใด
1. การเกณฑ์แรงงานจากไพร่ 
2. การเก็บส่วย
3. การค้ากับต่างประเทศ
4. การเก็บภาษีอากร
184. ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การค้าของไทยสมัยอยุธยาเจริญ รุ่งเรืองมากคืออะไร
1. มีสัมพันธภาพอันดีกับประเทศจีน
2. ระบบพระคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
3. ระบบโอกาสต่างๆครับของพระมหากษัตริย์
4. ได้ชาวจีนที่จำนำทางการค้าเป็นเจ้าพนักงานการค้า 
185. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการกำหนดสินค้าต้องห้ามในการค้ากับต่างประเทศสมัยอยุธยาตอนกลาง
1. พระคลังสินค้าต้องการกำหนดราคาสินค้าเอง     
2. พระคลังสินค้าต้องการเป็นตัวกลางในการค้าขาย
3. พระคลังสินค้าต้องการจำกัดการนำเข้าสินค้าประเภทอาวุธ
4. พระคลังสินค้าต้องการเลิกจัดเรือสำเภาไปค้าขายกับต่างประเทศ
186. ภาษีผ่านด่านโดยเก็บร้อยละสิบ หรือ สิบหยิบหนึ่งเป็นวิธีการเก็บแบบใด
1. ฤชา-ธนบุรี
2. ส่วย-สุโขทัย
3. จังกอบ-อยุธยา
4. อากร-รัตนโกสินทร์ตอนต้น
187. เงินที่เรียกเก็บจากประชาชนที่มาขอรับบริการจากทางราชการสมัยอยุธยา เรียกว่าอะไร
1. ฤชา
2. อากร
3. จังกอบ
4. ค่าธรรมเนียม
188. ภาษีประเภทใดที่สามารถทำรายได้ให้กับรัฐในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
1. ภาษีฝิ่น
2. ภาษีข้าว
3. ภาษีดีบุก
4. ภาษีบ่อนเบี้ย
189. ชาติที่ทำการค้ากับไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมากที่สุดคือข้อใด
1. จีน
2. อาหรับ
3. พม่า
4. อินเดีย
190. การที่สามัญชนไทยในสมัยอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ไม่ค่อยมีบทบาทด้านการค้าภายในประเทศเท่ากับคนจีนเพราะเหตุใด
1. คนจีนไม่ถูกควบคุมโดยระบบไพร่
2. คนจีนขยันกว่าคนไทย
3. คนไทยไม่นิยมทำการค้า
4. คนไทยไม่ได้รับการสนับสนุนให้ค้าขาย
191. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของชาวจีนต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
1. การตั้งชุมชนค้าขายเฉพาะบริเวณเมืองท่าชายฝั่ง
2. การเป็นพ่อค้าคนกลางกระจายอยู่ทั่วประเทศ
3. การผลิตสินค้าเกษตรกรรมประเภทใหม่ เช่น น้ำตาลทราย
4. การเข้าประมูลเป็นเจ้าภาษีนายอากร
192. ข้อความใดที่แสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะทางเศรษฐกิจในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
1. การค้าขายกับประเทศจีน
2. การผูกขาดการค้าโดยคลังสินค้า
3. การค้าขายกับประเทศตะวันตก
4. การประมูลผูกขาดการเก็บภาษีอากร
193. กิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบใดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นไม่ปรากฏในสมัยอยุธยา
1. งดเว้นภาษี
2.  ผูกขาดสินค้า
3. เปิดประมูลภาษีอากร
4. เดินเรือสำเภาค้าขายกับจีน
194. นโยบายใหม่ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 คือเรื่องใด
1. การใช้วิธีค้าเสรีเป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้า
2. การอนุญาตให้ส่งข้าวออกไปขายได้
3. การจัดตั้งหอ รัษฎากรพิพัฒน์
4. การใช้ระบบเจ้าภาษีนายอากร
195. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของระบบเจ้าภาษีนายอากร
1. การจัดเก็บภาษีจากภาคส่วน ผลผลิตที่ราษฎรทำได้
2. การผูกขาดการจัดเก็บภาษีโดยรัฐ
3. การเปิดโอกาสให้เอกชนประมูลจัดเก็บภาษี
4. การจัดเก็บภาษีเป็นเงินแทนสิ่งของ
196. ในวิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ไทยนั้น ข้อใดคล้ายคลึงกับการให้สัมปทานมากที่สุด
1. ระบบไพร่
2. ระบบกรรมสิทธิ์ที่ดิน
3. ระบบการค้าแบบบรรณาการ
4. ระบบเจ้าภาษีนายอากร
197. ข้อใดเป็นวิธีการเก็บภาษีในระบบเจ้าภาษีนายอากรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
1. การจัดเก็บภาษีโดยการ ชักส่วนสินค้า
2. การเก็บภาษีเป็นสิ่งของแทนเงิน
3. การให้เอกชนมีสิทธิ์ในการเก็บภาษีแทนรัฐ
4. การตั้งหน่วยงานกลางเพื่อเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ
198. วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของการจัดให้มีระบบเจ้าภาษีนายอากรในสมัยรัชกาลที่ 3 คือข้อใด
1. เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
2. เพื่อแทนที่ภาษีประเภทจังกอบ
3. เพื่อให้เอกชนมาเก็บภาษีแทนเจ้าหน้าที่
4. เพื่อให้เก็บภาษีในรูปเงินตราแทนสิ่งของ
199. ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดจากการที่มีระบบเจ้าภาษีนายอากร
1. รัฐบาลลดภาระการจัดเก็บภาษี
2. รัฐบาล ควบคุม การจัดเก็บภาษีได้ไม่ทั่วถึง
3. ชาวจีนมีโอกาสเป็นนายทุนรุ่นแรกในสังคมไทย
4. ชนชั้นสูงของไทยเป็นนายทุนรุ่นแรกอย่างมีประสิทธิภาพ
200. ระบบเศรษฐกิจแบบเงินตราก่อให้เกิดผลในขั้นแรก ในข้อใด
1. เป็นจุดเริ่มต้นของระบบการผลิตแบบดั้งเดิม
2. เป็นการทำลายโครงสร้างทางสังคม
3. เป็นจุดเริ่มต้นของการแตกสลายของชุมชน
4. เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตเพื่อการตลาด